http://www.goldenfilled.com
   สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  รวมรูปภาพ  บทความ  ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บล็อก  ติดต่อเรา&แผนที่
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/03/2008
ปรับปรุง 12/06/2017
สถิติผู้เข้าชม1,177,465
Page Views1,462,667
ท้าวเวสสุวรรณ
พระสูตร ปิฏก
พระไตรปิฎก
ชุดพ่นทราย
ชุดเครื่องมือชุบสำเร็จรูป
การชุบทอง
พระพิฆเณศ
พระพรหม
เวปลิ้งค์ธรรม
Menu
หน้าแรก
รวมรูปภาพ
บทความ
ช่าวสาร
เว็บบอร์ด
บล็อก
ติดต่อเรา& แผนที่
 

วิธีสร้างบุญบารมี

(อ่าน 1556/ ตอบ 0)

เว็บมาสเตอร์

วิธีสร้างบุญบารมี

วิธีสร้างบุญบารมี
บุญ หมายถึง ความดี ความประพฤติที่ดี ทาง กาย วาจา และใจ
การสร้างบุญบารมีในทางพระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ขั้นคือ การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา//
๑ การทำทานที่ได้บุญกุศลสูงสุดคือ ธรรมทาน เพราะการให้ธรรมทานจะช่วยผู้ที่ยังไม่รู้ ได้รู้ หรือที่รู้อยู่แล้วให้ได้รู้ได้เข้าใจมากยิ่งๆๆขึ้น เป็นเหตุให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ แต่ การรักษาศีลจะได้บุญกุศลมากกว่าการให้ทานเพราะการให้ทานเป็นแค่การสรา้งบุญเบื้องต้นเท่านั้นในทางพระพุทธศาสนา
และการทำสมาธิจะได้บุญกุศลสูงสุดทางพระพุทธศาสนาซี่งแบ่งออกเป็น 2 อย่าง
๑สมถภาวนา.....คือการทำสมาธิด้วยการรักษาจิตให้อยู่ในอารมย์เดียวไม่ฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปยังอารมย์อื่น
๒วิปัสนาภาวนา....เมื่อจิตของผู้บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นในสมธิจนมีกำลังดีแล้วจึงนำจิตไปใคร่ครวญหาเหตุและผลในสภาวธรรมทั้งหลายของขันธ์ ๕จนรู้แจ้งเห็นจริงว่าเป็นพระไตรลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา........
สมาธิและวิปัสสนาจึงเป็นเหตุและผลของกันและกัน และอุปการะซึ่งกันและกันจะมีวิปัสนาปัญญาเกิดขี้นโดยขาดกำลังสมาธิสนับสนุนมิได้เลย
++++++++พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า++++++++++พ่อแม่คือพรหมของลูก+++++++
++++++++พรหมวิหาร 4 ...คุณธรรมของคนดี++++++
1 ++++เมตตา ปารถนาให้มนุษย์ที่เกิดมาร่วมโลกมีความสุข
2 ++++กรุณา ปารถนาให้มนุษย์ที่เกิดมาร่วมโลกให้พ้นจากความทุกข์
3 ++++มุทิตา แสดงความยินดีเมื่อเพื่อนมนุษย์ได้รับ ความสุข มีความเจริญ ได้รับผลสำเร็จ ฯลฯ
4 ++++อุเบกขา ไม่ยินดีในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง...ส่วนคนไม่มีคุณธรรมของคนดีจะมีคุณสมบัติตรงข้ามดังที่กล่าวมาข้างต้น
+++++++ อานิสงส์การถวายสังฆทาน.......เทศนาโดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ โต พรหมรังสี
จากหนังสือที่ระลึกครบรอบ๘๔ปี ครูทองทิพย์ พงษ์รูป สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์.............
+++ตถาคตเป็นแค่คนชี้แนะ บอกทางเดิน จะไปถึงฝั่ง ถึงจุดหมาย ท่านทั้งหลายต้องเพียรพยายามเอง++++
วันนี้อาตมาจะเทศน์เรื่อง การถวายสังฆทาน เป็นการทำบุญที่ญาติโยมรู้จักกันเป็นอย่างดี พวกโยมคงสงสัยกันว่าทำใม ก็ถวายสังฆทานก็ทำกันเป็นประจำอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเทศน์สอนอะไรกันเลย แต่มันอดไม่ได้ เพราะการรถวายสังฆทานของญาติโยมมันยังไม่ถูกต้อง ทำบุญแล้วควรได้บุญมากๆๆแต่กลับได้บุญน้อย อาตมาเห็นแล้วก็น่าเสียดาย คำว่าสังฆทานพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นทานที่สูงสุดของฝ่ายวัตถุไม่มีวัตถุทานใดสูงกว่าสังฆทาน แต่การถวายสังฆทานเป็นการถวายที่ไม่มีการเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนี่ง หัวใจการถวายสังฆานขี้นอยู่กับเจตนาที่บริสุทธิ์การถวายสังฆทานต้องมีเจตนาให้ครบ 3 กาลดังนี้.......
กาลแรก .. ก่อนที่จะถวายสังฆทานให้เราตั้งจิตของเราว่า เราจะถวายสังฆทานโดยเราจไม่เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนี่ง
กาลที่สอง.. ขณะที่ทำการถวายสังฆทาน ต้องไม่มีความปิติยินดีหรือยินร้ายแก่พระภิกษุที่มารับสังฆทานไม่ว่าพระภิกษุที่มารับสังฆทานจะเป็นพระปฏิบัติธรรมดีพรรษามากหรือเป็นพระภิกษุที่บวชมาใหม่
กาลที่สาม.. หลังถวายทำจิตให้บริสุทธิตั้งใจให้สังฆทานเป็นของสงฆ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าการถวายทานแก่พระพุทธเจ้าร้อยครั้ง มีผลไม่เท่ากับการภวายสังฆทานหนี่งงครั้ง ผลของสังฆทานนี้จะดลบันดาลให้แกบุคลที่ถวายเกิดมาทุกชาติขี้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจไม่มีจะเกิดอีกกี่แสนชาติก็ตามจนกระทั่งเข้าพระนิพพาน อานิสงส์นั้นก็ยังไม่หมด
คิดดูเอาเองว่าผลบุญของการถวายสังฆทานมากมายไม่รู้จักหมดสิ้น ขอให้ญาติโยมตั้งใจถวายสังฆทานให้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่อาตมาได้เทศน์ให้ฟังในวันนี้ เจริญพร

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อภัยทาน เทศนาโดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ โต พรหมรังสี
การให้อภัย ยกโทษ อโหสิกรรม เป็นการสิ้นสุดกรรม
จากหนังสือคที่ระลึกครบรอบ๘๔ปี ครูทองทิพย์ พงษ์รูป สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิป์

จงจำใว้ลูกเอ๋ย อภัยทานเป็นการให้อภัยและไม่เอาโทษเอาผิดแก่ผู้ที่ล่วงเกิน จาบจ้วงเรา เบียดเบียนเราด้วยการกระทำก็ดี ด้วยวาจาก็ดี และทางใจก็ดี เราจงให้อภัยเขา ยกโทษให้เขา ไม่เอาผิดต่อเขา ไม่ถือผิด ไม่ผูกเวรไม่ผูกพยาบาทต่อเขา อภัยทานเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทำใมถึงยิ่งใหญ่ที่สุด ก็เพราะการให้อภัยทานเป็นการสิ้นสุดกรรมระหว่างเจ้ากรรมนายเวรที่ได้ติดตามใล่ล่ามาตั้งแต่อดีดจนถึงปัจจุบันเพียงแต่กล่าวคำว่า อโหสิกรรม อภัยทานซี่งกันและกันทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง พูดง่ายแต่ทำได้ยากเพราะสัตว์โลกล้วนแต่เกิดมาเพื่อชดใช้หนีเวรกรรมซี่งกันและกันทั้งสิ้น มนุษย์เรานั้นมีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ท่านทราบใหมว่ากรรมที่มีผลต่อชีวิตของตนเราทุกคนคือกรรมอะไร..........
นั่นคือกรรมปัจจุบันนั่นเอง เราสามารถหนีกรรมเก่าหรือบรรเทาเบาบางลดลงได้หรืออาจเบี่ยงเบนวิบากกรรมของเราให้พ้นไปจากตัวเราได้ หากว่าอำนาจของกรรมปัจจุบันซึ่งเป็นกรรมใหม่ซึ่งคนเราได้สร้างขี้นมามีปริมาณที่มากและเพียงพอ แต่กระนั้นก็ตามกรรมเก่าที่เเคยสร้างร่วมกันมามักจะเป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้เราได้รับกรรมใหม่ที่เราได้สร้างอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ย่อมได้เคยประสพแต่ความสุข ความทุกข์มาด้วยกันทั้งหมดทั้งงสิ้น ความสุข ความทุกข์เป็นของคู่กัน การเกิด แก่ เจ็บตายเป็นกฏธรรมดาของโลก แต่ละคนก็ยังต้องประสพแต่ความทุกข์กายในการดำเนินชีวิต มากบ้างหน้อยบ้างตามผลแห่งกรรมของตน บางคนเกิดมาร่ำรวย บางคนเกิดมายากจนทำอะไรก็ติดขัด ทบทวนดูแล้วก็ยังหาสาเหตุไม่พบเพราะเหตุเหล่านี้มีผลที่ติดตามมาตั้งแต่ในอดีด จึงเป็นผลมาจากความอาฆาตพยาบาทจองเวรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า การเป็นเวรมีแต่ความทุกข์ต่อกันและกันแล้วทำใมเต้องยอมทุกข์กันอีก เพียงแต่เราเลิก โกรธ เลิกทิฐิ หมั่นทำบุญ ตักบาตร์ ให้ทานคนขัดสน รักษาศีล 5 และสวดมนต์ภาวนา.++จิตภาวนา++...เจริญแผ่เมตตาเป็นประจำ จะทำให้จิตใจของเราเยือกเย็นไม่เร่าร้อน เราเพียงแต่พูดคำว่า อโหสิกรรม ทุกอย่างก็จบลง นับจากนี้ขอให้โยมจงให้อภัยและอโหสิกรรมต่อกันเถิด กรรมจะได้หมดสิ้นไม่ต้องจองเวรจองกรรมต่อไปในอนาคตอีก

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ธรรมโอสถ เทศนาโดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯโต พรหมรังสี
จากหนังสือที่ระลึกครบรอบ ๘๔ปี ครูทองทิพย์ พงษ์รูป สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์

การที่พ่อแม่ของเจ้ามีอายุมากขี้น ย่อมมีโรคภัยใข้เจ็บมาเบียดเบียน ความแข็งแรงของร่างกายที่เคยมีก็ลดลง ใจน้อย โกรธง่าย ความจำก็เสื่อมขี้หลงขี้ลืม จิตใจก็หมดความสุขสดชื่น ถึงแม้พวกเจ้าจะคอยเอาใจใส่ดูแลใกล้ชิดสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจจะช่วยให้พ่อแม่ของเจ้ามีความสุขได้เต็มที่ เพราะพวกเจ้าทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าช่วยท่านให้ได้รับความสุขทางกายเท่านั้น แต่จิตใจของท่านหาได้ร่าเริง สดชื่นแจ่มใสไม่ เจ้าจงจำหลักธรรมง่ายๆให้พ่อแม่ของเจ้า พาท่านไปทำบุญทำทานสอนให้ท่านได้รู้จักปฎิบัติบูชาสวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ธรรมจะอยู่ในจิตใจของพ่อแม่เจ้าทุกภพทุกชาติและหากพ่อแม่ได้ธรรมจนบรรลุโสดาบัน ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด เจ้าจงจำใว้นะลูกเอ๋ย....
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
หากเรามีปัญหา มีทุกข์ จงหาเหตุของปัญหา จงหาเหตุชองทุกข์แล้วรีบนำมาแก้ใขให้ถูกต้องด้วยปัญญาของเรา หากละเลยไม่แก้ใขปัญหาละเลยค้นหาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์จะทำให้เราเป็นคนที่มีจิตฟุ้งซ่าน ผลที่ตามมาจะทำให้เรากระทำผิดศี5และไม่มีสัมมาสติแล้วจะเอาแต่วิ่งขอพร อ้อนวอนสิ่งศักย์สิทธิ์ วิ่งหาหมอดู วิ่งเข้าออกวัดเพื่อขอนำมนต อันมิใช่การแก้ใขปัญหาที่ถูกต้อง มีแต่จะเพิ่มปััญหาเพิ่มความทุกข์เพราะปัํญหาไม่ได้รับการแก้ใขและความทุกข์ใจไม่ได้รับการเยียวยา...
@@@@@@@@@@@ศีล๕อันเป็นคุณธรรมและจริยธรรมขั้นพื้นฐานชองมวลมนุษย์ที่สมควรนำไปปฏิบัติเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขคือ
๑ ไม่มีเจตนาจะทำร้าย เข่นฆ่ามนุษย์และสัตว์ที่เกิดมาร่วมโลกให้ตาย
๒ ไมเอา ยีดเอาของคนอื่นมาเป็นของตน เช่น ปล้น ขโมย ฉกชิง ฯลฯ
๓ ไม่ผิดลูกเมียชาวบ้าน
๔ พูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะเสนาะหู มีประโยชน์ ไม่พูดปดส่อเสียด หลอกลวง ใส่ร้าย สาปแช่งชาวบ้าน ฯลฯ
๕ไม่ดื่มสุราใช้ยาเสพติดเพราะเป็นต้นเหตุของการกระทำชั่วทั้งปวง และเป็นการเบียดเบียนตนเองและผลที่ตามมา เราจะเบียดเบียนคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร และคนทั่วไป สาปแช่ง ข่มขู่ ใส่ร้ายป้ายสี เข่นฆ่าเพื่อได้มาสิ่งที่ต้องการ ฯลฯคิดดี พูดดี ทำดี ๆ ได้ก็เพราะ มีศีล 5 และสัมมาสติ และ พรหมวิหาร 4....@@@@@@@@
หากเรารักษาศีล๕ยีดเหนี่ยวศีล ๕เป็นหลักในการดำเนินชีวิต จะทำให้เราเป็นคนมีสัมมาสติ หากเเจอปัญหาหรือมีความทุกข์เราจะรู้วิธีแก้ใขปัญหาหรือวิธีดับทุกข์ ด้วยการเพ่งดูที่จิตๆเราจะปฏิวัติโดยอัตโนมัติไปที่ปัญหา ฯลฯ แล้วเราจะพบวิธีแก้ปัญหาหรือวิธีดับทุกข์
@@@@@ที่เราวิ่งไปหาหมอดู วิ่งเข้าออกวัดเพื่อขอนำมนต์ก็เพราะจิตเราฟุ้งซ่าน อันเป็นผลมาจากเราไม่มีสสัมมาสติ และศีล ๕ ทำให้เราละเลยปัญหาหรือพิจารณาหาเหตุของปัญหาและเหตุของทุกข์แล้วนำมาแก้ใขให้ถูกต้อง@@@@@@
..คนมีปัญญามีความสามารถหากินไม่ลำบากแต่เพื่อความเจริญอย่างยั่งยืนจะต้องมีศีล๕อันเป็นคุณธรรมและจริยธรรมของมวลมนุษย์ที่ควรนำไปปฏิบัติและมีสัมมาสติคือการรู้ทันจิตรู้ทันความคิดเป็นแสงส่องร่องนำในการดำเนินชีวิต หากเราคิดจะทำชั่วหรือเจ้านายที่ไม่มีศีล๕หรือคนไม่มีคุณธรรมและจริยธรรมสั่งให้ทำชั่วที่จะทำให้เรากระทำผิดศีล ๕ เช่นไปใส่ร้าย สาปแช่งชาวบ้าน หริอ ไปเข่นเข่นฆ่าชนชาติเดียวกัน จิตมันจะเตือนเราโดยอัตโนมัตว่ามันผิดศีล ๕ เราจะไม่ลงมือทำโดยเด็ดขาดเพราะเรารู้ทันจิตรู้ทันความคิดรู้ดี รู้ชั่ว นี่คือพระดีท่านสอน


ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศล หากมี ของบทความให้แก่ พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร ผู้มีพระคุณ ครูและอาจารย์ที่เคยเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนที่ล่วงลับไปแล้วและยังมีชีวิตอยู่ และเจ้ากรรมนายเวร ณ โอกาศนี้ด้วย


Link: คลิ๊กที่นี่

Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
By โกลด์เด้นฟิลด์.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view